| จินตนา's profileเหงาไม่มีใครให้กอดอยากจะ...PhotosBlogLists | Help |
|
เหงาไม่มีใครให้กอดอยากจะมีใครข้างกายสักคนหนึ่งJuly 29 ...
ตอบ เสียงเพลงเป็นศิลปศาสตร์ที่กำหนดให้หูของคนเรา เป็นเครื่องกำหนด
ประเภทของการขับร้องเพลงไทยเดิม แบ่งได้ 4 วิธี (1) การร้องลำลอง หมายความถึงว่า คนร้องร้องไปตามทำนองของตน และดนตรีก็บรรเลงประกอบไปโดยใช้ทำนองส่วนของตนต่างหาก แต่ทั้งคนร้องและคนบรรเลง จะต้องใช้ลูกฆ้องหรือเนื้อเพลงแท้ๆอย่างเดียวกัน เพียงแต่คนร้องบรรจุคำร้องลงไปตามลูกฆ้อง ส่วนนักดนตรีแปรลูกฆ้องเป็นทำนองเต็ม (Full Melody) ให้เข้ากับเครื่องดนตรีที่บรรเลง เพลงที่ใช้ร้องลำลอง มักจะเป็นเพลงที่ฟังได้ไพเราะ เช่น เพลงเต่าเห่ เพลงช้าสร้อยสน เพลงตุ้งติ้ง เพลงกลองโยน เป็นต้น (2) การร้องคลอ หมายความถึง คนร้องร้องพร้อมไปกับดนตรี โดยผู้บรรเลงจะต้องบรรเลงดนตรีให้เข้ากับทางร้อง เพื่อฟังได้กลมกลืน เพลงที่จะะร้องคลอได้ไพเราะ าจะเป็นเพลงจำพวกเพลงสองชั้นธรรมดาทั่วไป (3) การร้องส่ง หรือการร้องรับ หมายความถึงว่า คนร้องร้องขึ้นก่อน เมื่ออจบแล้ว ดนตรีจึงรับด้วยลูกฆ้องเดียวกัน เพียงแต่ว่าการร้องนั้น ผู้ร้องถอดลูกฆ้องออกมาเป็นเอื้อน แต่ดนตรีถอดลูกฆ้องอออกมาเป็นทำนองเต็ม (Full Melody) การร้องส่งหรือการร้องรับนี้ ดนตรีจะต้องมีการสวมร้องด้วย เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างการร้องที่ช้า และการบรรเลงที่ค่อนข้างรวดเร็ว และเพื่อความกลมกลืนในการบรรเลงด้วย (4) การร้องเคล้า หมายความถึงว่า คนร้องร้องไปตามทำนองเพลงของตน ส่วนดนตรีก็บรรเลงประกอบไปโดยใช้ทำนองส่วนของตน คล้ายๆกับการร้องลำลอง แต่การร้องเคล้านี้ ดนตรีกับร้องเป็นคนละอย่างกัน แต่เมื่อร้องกับดนตรีเคล้าประสานกันแล้ว ทำให้มีความไพเราะเป็นอย่างยิ่ง เพลง...เพลงไทย - เพลงเถา เพลงเถา คือระเบียบวิธีการบรรเลงและขับร้องเพลงไทยที่มีอัตราลดหลั่นกัน ประกอบด้วยอัตราสามชั้น สองชั้น และ เพลงอัตราสามชั้น เป็นอัตราจังหวะที่ดำเนินลีลาเชื่องช้าใช้เวลาบรรเลงยาวกว่าอัตราอื่นๆ มี 2 ลักษณะ ดังนี้คือ เพลงอัตราสามชั้น เพลงอัตราสองชั้น เป็นอัตราจังหวะที่ดำเนินลีลากลางๆ ไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป แยกพิจารณาว่าเป็นเพลงอัตราสองชั้นโดยกำเนิด เพลงอัตราชั้นเดียว เป็นชื่อเรียกอัตราจังหวะที่ดำเนินลีลาด้วยประโยคสั้นๆ และรวดเร็วในสมัยโบราณ จัดอยู่ในประเภทเพลงเร็ว เพลงชาติไทยประวัติเพลงชาติไทย ภายหลังการเปลี่ยนการปกครองจากระบอบสมบูรนณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย (24 มิถุนายน 2475) เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ได้แต่งเพลงชาติขึ้น เพื่อปลุกใจให้คนไทยรักชาติ และสามัคคี ตลอดจนให้เลื่อมใสในรัฐธรรมนูญ โดยใช้ทำนองเพลงมหาชัย ซึ่งมีเนื้อร้องดังนี้ สยามอยู่คู่ฟ้าอย่าสงสัย เพราะชาติไทยเป็นไทยไปทุกเมื่อ ต่อมาจึงดำริจะให้มีเพลงชาติแบบสากล จึงได้ให้พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยกร) แต่งทำนองเพลงขึ้น โดยให ในปีพุทธศักราช 2477 รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเพลงชาติขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย
ที่พ่อแม่สู้ยอมม้วยด้วยพยายาม ปราบเสี้ยนหนามให้พินาศสืบชาติมา
|
|||||
|
|